แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Inspiration แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Inspiration แสดงบทความทั้งหมด

25 เคล็ดลับความสำเร็จของ Steve Jobs



"เขาว่ากันว่ามีแอ็ปเปิ้ลสามลูกที่เปลี่ยนโลกใบนี้ แอ็ปเปิ้ลลูกแรกคือ ลูกที่อดัมและอีฟกินเข้าไป แอ็ปเปิ้ลลูกที่สองคือ ลูกที่ตกใส่หัวของเซอร์ไอแซ็ค นิวทัน ทำให้เขาค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก และแอ็ปเปิ้ลลูกที่สาม คือ แอ็ปเปิ้ลของสตีฟ จ็อบส์"

สตีฟ จ็อบส์ อุทิศชีวิตให้กับการคิดนอกกรอบ เขาทำให้เส้นกั้นอันหนาเตอะระหว่างสุนทรีย์แห่งความงามและความกระด้างแห่งวิศวกรรมกลายเป็นเพียงเส้นใยอันบางเบา ผลลิตทางความคิดนี้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมดนตรี และขับเคลื่อนพลโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เขาสมควรได้รับการยกย่องในฐานะนักประดิษฐ์แห่งสหัสวรรษที่สาม

ข้อคิดดีๆ ต่อไปนี้ คือผลพวงจากการตามติดชีวิตของเขา ทั้งในยามยากและยามรุ่งโรจน์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ในชีวิตจริงเราคงอาจฝันถึงความเป็นสุดยอดเฉกเช่นเขา แต่จะเป็นจริงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดการได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ก็น่าจะพอแล้ว มาปลุกวิญญาณความเป็น สตีฟ จ็อบส์ ในตัวเราด้วยกันเถอะ

1. Beginners don't have baggage - เริ่มอย่างไร้กังวล
เริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง จากเอแล้วไปบี มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ "ผมไม่รู้คุณค่าของปรัชญานี้จนกระทั่งผมโดนเฉดหัวออกจากแอ็ปเปิ้ลครั้งแรก นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยทีเดียว ความกดดันในความสำเร็จถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งสบายของการเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียกระฉูดมากที่สุด"

2. Be bold - จงห้าวหาญ
สตีฟมักย้ำถึงการทำสิ่งที่ชัดเจนด้วยความกล้าและปราศจากความกลัว เขากล่าวว่า "ชีวิตคนสั้นนัก จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้"

3. Be what's next - มองหาสิ่งใหม่ 
มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จงเรียนรู้ อย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไปแล้ว อย่าคร่ำครวญกับสิ่งที่หายไป เราควรที่จะคิดถึงสิ่งใหม่ๆในชีวิตของเราที่ยังรอการค้นพบ บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยาก แต่จงเริ่มต้นทำ และความกล้าหาญจะเกิดขึ้นตามมา "ถ้าผมได้บริหารแอ็ปเปิ้ล ผมคงจะมุ่งพัฒนาให้แม็คอินทอชเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าสุดๆ ด้วยการคิดค้นลูกเล่นใหม่ๆ สงครามพีซีมันจบนานแล้ว และไมโครซอฟท์คือผู้ชนะ"

4. Design by committee doesn't work. - อย่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตา
มันเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่งประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น"

5. Design is more than veneer - การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น
"ในบริบทของใครหลายคน การออกแบบเป็นแค่การสร้างเปลือกนอก เป็นแค่การตกแต่งภายใน เปรียบเสมือนผ้าหุ้มโซฟา แต่สำหรับผมแล้ว การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดีแสดงออกถึงพิ้นผิวของมัน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่หลายระดับ"

6. Don't live someone else's life - จงใช้ชีวิตในแบบของคุณ
"ช่วงเวลาชีวิตสั้นนัก อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าด้วยการทำตามผู้อื่น อย่ายึดติดกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับ และอย่าปล่อยใจไปตามความคิดของคนอื่น เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทำตามที่หัวใจคุณเรียกร้องและสัญชาตญาณ"

7. Drive to do great things - ค้นหาความทะเยอทะยานและปรารถนาที่แท้จริงของคุณให้พบ 
"นึกถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำมันให้แตกต่างจากคนอื่น หนทางเดียวที่จะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้ก็คือรักในสิ่งที่คุณทำ จงสร้างความประทับใจให้ตัวเองมิใช่ผู้อื่น"

8. Excellence is a way of life - มองหาความเป็นเลิศ
สตีฟได้บรรลุแนวทางนี้ด้วยการนำศิลปะและวิศวกรรมมาเรียงร้อยด้วยกันอย่างลงตัว เขาได้ยกระดับของสุนทรีย์แห่งการออกแบบให้สูงขึ้น "คุณภาพและความงามคือเป้าหมายสูงสุด หลายคนมักไม่คุ้นเคยกับสภาวะการทำงานที่ต้องอาศัยความเป็นเลิศ เพราะไม่ต้องใช้มันบ่อยนัก ถึงกระนั้นความเป็นเลิศคือหัวใจสำคุญที่สุดของการทำงาน"

9. Get out of the way for the moving force - จงอย่าเป็นตัวถ่วง
สตีฟไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ เขาตระหนักดีว่าคนที่ทำงานคือพวกที่สร้างประโยชน์ "หน้าที่หลักของผมคือทำให้คนที่ทำงานจริงๆ นั้นอยู่ดีมีสุข และเก็บพวกคนที่ไม่ทำงานเอาไว้ให้ห่างจากคนที่มีประโยชน์เหล่านี้"

10. If they fall in love with the company, everything else takes care of itself - มองหาคนทำงานที่มีความรักทุ่มเทให้กับองค์กร
"จริงอยู่ที่สมรรถภาพคือตัวแปรแห่งความสำเร็จ แต่คนทำงานเหล่านั้นจะรักบริษัทหรือเปล่า ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเขารักแอ็ปเปิ้ล เขาจะนำพาแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่แอ็ปเปิ้ล ไม่ใช่ทำเพื่อตัวผมหรือตัวเองหรือใครก็ตาม"

11. It better be worth it. - ไม่ลองไม่รู้ จงทำให้ดีที่สุด อย่ามัวแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่
"เมื่อเราได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไร ฉะนั้นจงเชื่อว่ามันจะออกมาดีคุ้มค่าเหนื่อย"

12. It's not the money. It's the impact.- เงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต คุณค่าของเราอยู่ที่การได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลก
"ผมไม่แคร์หรอกว่าจะได้นอนกอดเงินเป็นล้านอยู่ในหลุมศพ สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการได้ระลึกถึงสิ่งดีงามที่เราได้ทำลงไปก่อนเข้านอน"

13. It's the crazy ones who change the world - จงคิดนอกกรอบ
กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่บ้าพอที่จะทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใครสามารถเปลี่นแปลงโลกได้ เพราะสิ่งนั้นคือผลพวงของอัจฉริยะ

14. Innovation distinguishes between a leader and a follower.- สร้างนวัตกรรมใหม่
นวัตกรรมจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นผู้ตาม จ้างคนที่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกมาทำงาน ถึงแม้คุณจะมีคนทำงานเก่งกาจมากมาย คุณต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ชี้นำให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีม "นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการหว่านเม็ดเงิน มันเกิดจากการใช้มันสมองของคนให้เต็มที่ด้วยการเป็นผู้นำที่ดี ตอนที่เราคิดค้นเครื่องแม็คขึ้นมา ไอบีเอ็มใช้เงินลงทุนมากกว่าเรา 100 เท่า มันอยู่ที่คนของคุณ อยู่ที่แนวทางของการนำพาคนเหล่านั้น"

15. Make people great. - เคี่ยวเข็ญคนของคุณให้เป็นคนเก่ง
"ผมจะไม่ทำตัวเหลาะแหละกับลูกน้อง หน้าที่ผมคือเขี่ยวเข็ญให้พวกเขาเก่งยิ่งขึ้นไปอีก"

16. Perseverance pays off.- ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
สตีฟเชื่อว่า "ครึ่งหนึ่งขององค์ประกอบทั้งมวลแห่งความสำเร็จของพวกนักลงทุนทางการเงินคือความวิริยะอุตสาหะ"

17. Put your heart and soul into it - จงทำมันให้เต็มที่ เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชนและพิชิต
"กุญแจสำคัญคือความไม่กลัว ทำงานด้วยหัวใจและจิตวิญญาณแห่งการบรรลุเป้าหมาย"

18. Pick your priorities carefully - ลำดับความสำคัญอย่างระมัดระวัง
การมีไอเดียดีๆ ในหัวเป็นร้อยเรื่องคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่มันจะกลายเป็นเรื่องเยี่ยมที่สุด หากเราลำดับความสำคัญให้ดี "การเพ่งความสนใจให้กับทุกเรื่องในหัวเป็นสิ่งดี แต่นั่นไม่ใช่คำตอบแห่งความสำเร็จ ควรยึดมั่นในบางอย่างก็พอ แล้วปล่อยที่เหลือเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจ"

19. Simplicity wins - ความเรียบง่ายคืออาวุธลับและอำนาจที่จะทำให้พิชิตความสำเร็จ
"เราควรตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน และขจัดความยุ่งยาก ด้วยการตั้งคำถามว่า เราจะทำให้มันเรียบง่ายมากขึ้นและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกันได้หรือไม่"

20. Talent is a huge multiplier.- พรสวรรค์ทำให้เกิดการแตกหน่อ คนเก่งมักดึงคนเก่งให้มาอยู่ด้วยกัน
"ประสบการณ์สอนผมว่า การที่เราได้คนเก่งมาร่วมงาน ทำให้องค์กรสามารถดึงคนเก่งจากที่อื่นมาร่วมงานได้มากขึ้น ทั้งนี้โดยธรรมชาติของคนพวกนี้ มักชอบทำงานกับคนเก่งด้วยกัน"

21. Take responsibility for the complete user experience.- ความคิดเห็นจากผู้ใช้และลูกค้าคือเสียงสำคัญ
"ดีเอ็นเอของเราคือบริษัทที่คำนึงถึงผู้บริโภค เสียงตอบรับไม่ว่าดีหรือร้าย บวกหรือลบ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทเท่ากันในการปรับปรุงการให้บริการ หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากเรา"

22. What you don't do defines you as much as what you do - "ผมมีความภูมิใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่ากับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว"

23. You have nothing to lose.- ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว
ทำด้วยใจ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ด้วยความรัก "อีกไม่กี่วันพวกเราก็ตายแล้ว ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราได้สูญโอกาสไปแล้วเท่าไหร่ การคิดแบบนี้เหมือนกับดักทางความคิด ให้คิดว่าเราได้เปลือยกายจนล่อนจ้อน จะมีเหลืออยู่ก็แต่ร่างกายและหัวใจ จงทำทุกอย่างให้เต็มที่"

24. You just might be right, even if nobody listens to you. -การที่ไม่มีใครฟังคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด
สทีฟเคยเจอกับตัวเอง เลยเล่าให้ฟังงว่า "คุณรู้มั้ย ผมเคยมีแผนการวิเศษที่จะช่วยกู้ชีพแอ็ปเปิ้ลได้ มันเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ เพราะไม่มีใครยอมฟัง" อุทาหรณ์ของเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณเลย ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด

25. Your brand is your most valuable asset - จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด
นั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละคือตัวคุณ นี่แหละคือออร่าของคุณ

"เมื่อพูดถึงแอ็ปเปิ้ล แบรนด์ของเราคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสายตาผม"


ขอขอบคุณ Sanook
Read More >>
 

สุดยอด 10 ความคิด ให้รวยล้นฟ้า



ความคิดของเราถ้าเราคิดให้ถูก เราก็สามารถมีความสุขกับชีวิตได้ ในที่นี้คำว่าคนรวยไม่ได้หมายถึงมหาเศรษฐี แต่หมายถึงคนที่มีความสุขกับการทำงานและรักในงานที่ทำและมีความสุขในชีวิต

1. คนปกติคิดว่าเงินตราคือความชั่วร้าย แต่ คนรวยมองความยากจนเป็นสิ่งชั่วร้าย
เหมือนผู้คนที่มีฐานะปานกลางจะถูกปลูกฝังว่าคนที่เกิดมารวยนั้นโชคดี หรือไม่ก็ฉ้อโกงมา
ส่วนเหล่าคนรวยนั้นรู้ว่าเงินไม่อาจซื้อความสุขได้แต่มันทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างง่ายดายมากกว่าจึงปฏิเสธความจนโดยการเลือกที่จะทำงานหนัก

2. คนปกติมักคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา แต่คนรวยมักคิดถึงเรื่องในอนาคต
คนรวยมักที่จะคิดถึงอนาคตที่รออยู่เผื่อการตัดสินใจต่างๆ จะได้ง่ายขึ้นเพื่อที่จะได้ไปถึงวันที่ดีกว่า
ส่วนคนปกติ มักจะคิดว่าวันที่ดีของเขาคืออดีต ซึ่งทำให้จมอยู่กับอดีตแล้วไม่ได้คิดถึงการวางแผนในอนาคต

3. คนปกติมองเงินผ่านอารมณ์ แต่ คนรวยมักมองเงินตราผ่านหลักการความเป็นไปได้
คนรวยมักที่จะมีหลักการต่างๆที่จะวางแผนที่จะหาเงินจากโอกาส ที่อยู่ในอาชีพของตน
ส่วนคนปกติมักจะคาดฝันเงินที่จะทำได้จากการทำงาน โดยไม่มองหาโอกาสที่จะทำเงินเพิ่มได้

4. คนปกติได้รับเงินจากการทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ คนรวยมักทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้เงิน
คนปกตินั้นดูเหมือนจะทำงานอยู่ตลอดเวลาแต่หลักการที่ฉลาดนั้นคือค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ และประยุกต์มันให้สามารถทำเงินได้ต่างหาก

5. คนธรรมดามักจะตั้งเป้าหมายเอาไว้ต่ำเพื่อที่จะไม่เจ็บตัว แต่คนรวยนั้นมักพร้อมสำหรับการท้าทายใหม่ๆเสมอ
อย่างที่เล่าไปคนธรรมดามักจะตั้งเป้าหมายเอาไว้ต่ำเพื่อที่จะไม่เจ็บตัวซึ่งต่างกับคนรวยที่มักที่จะกล้าเสี่ยงกับอะไรใหม่ๆ ซี่งทำให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า

6. คนธรรมดามักคิดว่าอยากรวย แต่ คนรวยมักคิดว่าต้องเป็นอะไรซักอย่างถึงทำให้ตัวเองรวย
คนที่รวยมักจะนำสิ่งที่ตัวเองเป็นมาเป็นจุดขายให้กับตัวเองในการทำงานหรือธุรกิจต่างๆ
แต่คนปกติมักจะคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรซักอย่าง โดยไม่สนว่าต้องทำอะไรซึ่งบางที่อาจจะทำให้ตัวเองไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

7. คนธรรมดามักมุ่งไปที่การเก็บเงินอย่างเดียว แต่ คนรวยมักมุ่งไปที่การได้รับเงินด้วย
การที่ได้รับเงินนั้นเป็นวิธีที่ทำให้เราได้หลักทรัพย์มากขึ้นคนรวยมักจะหาวิธีที่ทำให้ตัวเองได้สิ่งนี้มาเพิ่ม โดยนำสิ่งที่ตัวเองสนใจ มาสร้างโอกาสในขณะที่เก็บเงินอยู่ด้วย

8. คนธรรมดามักกดดันกับเงินตรา แต่ คนรวยมักเข้าใจในการหมุนเวียนของเงิน
คนรวยมักจะเข้าใจการหมุนเวียนของเงินอยู่แล้วจึงไม่มีความกดดันกับเงินค่าต่างๆที่ต้องเสียไป แต่คนธรรมดามักจะให้อำนาจเงินตรา อยู่เหนือตนเองและเป็นสิ่งที่ครอบครองความคิด

9. คนธรรมดามักโตมากับการเอาตัวรอด แต่ คนรวยมักโตมากับความคิดที่ว่าฉันจะต้องประสบความสำเร็จ
คนธรรมดามักที่จะคิดว่าการที่จะเอาตัวรอดไปวันๆก็เป็นเรื่องที่เพียงพอแล้ว แต่คนรวยมักจะคิดและวางแผนให้กับชีวิตตัวเองเพื่อ ให้ตนเองประสบความสำเร็จในอาชีพและชีวิตในอนาคต

10.คนปกติคิดว่าการใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องไม่ดี แต่คนรวยมองว่า เงินช่วยให้มีความสุขขึ้นได้
เหล่าเศรษฐีมักจะออกไปหาความสุขใส่ตัวให้เต็มที่และก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำ
ส่วนคนทั่วไป อาจจะมองว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่น ใช้เงินอยู่กินให้พ้นไปวันๆ ยังดีกว่า



ลองหันกลับมามองตัวคุณดูว่า 1 ใน 10 ข้อนี้ คุณคิดแบบไหนบ้าง ??
ลองเปลี่ยนมุมมองความคิด ให้ไปในทางบวก คิดให้มีความสุข และมันจะช่วยให้คุณเป็นเศรษฐีทั้งสุขและทรัพย์เลยนะ

ขอขอบคุณ Sanook
Read More >>
 

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ กูรูเรื่องความอร่อย...ฉายา ปิ่นโตเถาเล็ก



หยิบจับงานมาหลากหลายรูปแบบ สำหรับ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ กว่าจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงในฐานะนักชิมระดับขั้นเทพ ทายาทคนเล็กของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เจ้าของโลโก้ "เชลล์ชวนชิม" ที่กำลังเดินตามรอยพ่อในฐานะ นักชิมรุ่นใหม่
รู้จัก ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์
ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ หรือ อิ๊งค์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นมีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานคุณชายถนัดศรีผู้เป็นบิดา ที่ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการรวบรวมร้านอร่อยเชลล์ชวนชิมมาไว้ในศูนย์การค้าใจกลางกรุงจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นคุณอิ๊งค์ได้บินไปศึกษาต่อด้าน MBA ที่ George Washington University ก่อนจะกลับมาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ประกิต โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาที่โด่งดังมากในสมัยนั้น ในเวลาต่อมาคุณอิ๊งค์มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์แกมเบิล ประเทศไทย จำกัด (พีแอนด์จี) ดูแลงานด้านการวิจัยและวิเคราะห์ตลาด ให้กับสินค้าแบรนด์วิสเปอร์และผ้าอ้อมแพมเพอร์ส ก่อนจะมาทำงานที่บริษัท คลอสเตอร์เบียร์อยู่ระยะหนึ่ง แล้วออกไปเป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท ธรณีพิพัฒน์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำแร่ ออรา
จากวันวานถึงการทำงานในวันนี้
จริง ๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำงานตรงนี้ คือพ่ออยากให้เป็นหมอ แต่ผมชอบค้าขาย เลยบอกเอาตรงกลางแล้วกัน เลยเลือกเรียน Food Science เกี่ยวกับเรื่องการถนอมอาหาร การแปรรูป การควบคุมคุณภาพอาหาร เรียกว่าได้ค้าขายด้วย ได้ทำอาชีพที่ตัวเองชอบด้วย เพราะตัวเองชอบกิน
เนื่องจากสมัยก่อนตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก คุณพ่อจะพาไปกินตลอด ทั้งเมืองไทยและเมืองนอก แล้วเราก็ได้ศึกษาเพิ่มเติมเยอะมาก จากนั้นก็เริ่มลงลึก เริ่มซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนทำงานอยู่น้ำแร่ออราผมมีโอกาสได้ออกตรวจตลาดอยู่เป็นประจำ ก็จะชอบหาร้านอร่อย ๆ กิน ได้เจอร้านเก่า ๆ ที่พ่อเคยไปชิมมาเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วเยอะแยะมาก ก็เลยเกิดความคิดที่จะเขียนหนังสือขึ้นมาใช้ชื่อว่า กินอร่อยตามรอยถนัดศรี โดยนำข้อมูลของพ่อมาอัพเดทเพิ่มเติม พอทำออกมาขายปรากฏว่าขายดีมาก ทางอาช้าง (ขรรค์ชัย บุญปาน) เลยชวนไปเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์มติชน ตามรอยพ่อไปชิม...โดยปิ่นโตเถาเล็ก
ปัจจุบันงานที่ผมทำส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินทั้งหมด อาทิ รายการทีวีก็มีเป็นพรีเซนเตอร์ทำสกู๊ปให้กับช้างชวนชิม ในรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 9 ประมาณ 11 โมงนิด ๆ เป็นการแนะนำร้านอาหาร โดยมีสัญญาลักษณ์ช้างชวนชิม แล้วก็มี Citibank Dining Guru เป็นกูรูทางด้านอาหารของ Citibank ซึ่งปีนี้ทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว
นอกจากนี้ Citibank ยังเป็น Sponsor ในรายการเจี๊ยบ-อ้อมที่ผมทำอยู่ด้วย ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 9.00 น. ในช่วง Happening พาไปกินร้านต่าง ๆ พร้อมมีส่วนลด แล้วก็มี สุดยอดร้านกาแฟคาเนชั่น ในรายการ ตลาดสดสนามเป้า
รวมถึงเป็น City Dining Guru ให้กับคลื่น COOL93 FM โดยพาไปชิมร้านอร่อยเดือนละ 20 เจ้าทุกเดือน อย่างเดือนนี้พาไปที่ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนเดือนหน้าจะพาไปตลาดนางเลิ้ง มี facebook ด้วยคือ อิ๊งค์ Eat All Around 
งานอื่น ๆ ก็จะมีงานเขียนหนังสือ ซึ่งถือเป็นงานสำคัญที่สุด เพราะทำมานานกว่า 10 ปี เขียนในมติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม โดยปิ่นโตเถาเล็ก เป็นนามปากกาที่พ่อตั้งให้ นอกนั้นยังมีงานเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค ซึ่งทำมาเรื่อย ๆ อย่างปีที่แล้วก็มีอร่อยริมทาง 83 เจ้าออกมา 1 เล่ม
จัดทริปพาเที่ยวพากินกับบริษัท ทัวร์ไรน์นิชแทรเวล พาไปกินและเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดประมาณเดือนตุลาคมนี้จะพาไปญี่ปุ่น ไปเกาะฮอกไกโด เป็นของ worldsurprise จัด หน้าที่ผมคือ คอยให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ พอถึงเวลากินก็จะบอกถึงที่มาของร้านนี้ เช่น เป็นร้านปูที่เปิดมา 50 ปี มีเมนูปูตั้งแต่ชาบูปู ก้ามปูย่าง ปลาดิบปู ชาชิมิปู เป็นต้น
เขียนหนังสือคืองานที่รัก...เลือกรับแต่งานที่ชอบและถนัด
สมัยก่อนเคยเขียนเล่น ๆ ให้พ่อดู พ่อบอกว่ามีแววด้านนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับงานเขียน พอนึกจะทำก็ทำเลย เพราะผมเชื่อว่างานเขียนมันอยู่ที่ความรู้ลึก หมายถึง กินอะไรดี ไม่กินอะไรดี เมนูนี้ควรกินคู่กับอะไร อย่างไร เมนูนี้ไม่ควรใส่อะไร หรือควรใส่อะไร รู้ว่าแกงกะหรี่คืออะไร สตูคืออะไร ต้องอร่อยจริง แปลกจริง เจาะลึกจริง คนนึกไม่ถึงว่ามีร้านนี้แบบนี้ด้วยหรือ
จริง ๆ เป็นคนไม่ถนัดทำอาหาร แต่ชอบกิน เคยทำอาหารสมัยเรียนอยู่เมืองนอกแค่นั้นเอง เพราะต้องทำกินเอง แต่พอมาทำงานด้านนี้ตัวชี้วัดความอร่อยคือ ลิ้นของเราเอง เพราะพ่อเคยบอกว่าได้ลิ้นพ่อมา
เราจะรู้ว่าลิ้นเราชอบแบบไหน อย่างไร ถึงบอกว่าต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองรักและถนัดจริง ๆ เวลาทำอะไรถึงจะประสบความสำเร็จ เวลารับงานผมจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัดก่อน อย่างแนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เราสะสมมาตั้งแต่เด็ก พ่อพาไปกินอาหารแถวตลาดนางเลิ้งตั้งแต่ผมยังนั่งห้อยขาไม่ถึงเลย ไม่ใช่เฉพาะที่ตลาดนางเลิ้งเท่านั้น ทุกเย็นวันศุกร์พ่อจะมารับที่โรงเรียนพาไปทำงานด้วย คือไปเที่ยวทุกจังหวัด เริ่มจากสัตหีบ ระยอง จันทบุรี บางพระ ปีนัง ไปมาเกือบทุกจังหวัด
แผนงานในอนาคตและผลงานล่าสุด
เร็ว ๆ นี้คงจะเป็นงานเขียนหนังสือ ซึ่งเลื่อนมาปีหนึ่งแล้ว ทำงานเขียนแล้วเหนื่อยต้องไปกินไปชิม 400 กว่าเจ้า แล้วรวบรวมร้านอร่อย ซึ่งต้องทำอีกประมาณ 50-60 เจ้า และอีกหน่อยผมจะทำหนังสือเป็นลักษณะสุดยอดอาหารแต่ละประเภท เช่น สุดยอดข้าวหมูแดงต้องทานที่ไหน
ถ้านึกถึงย่านก็ต้องตลาดนางเลิ้ง เพราะมีขนมและอาหารอร่อยเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานหลายสิบปี อย่างร้านข้าวกะหรี่สตู จะเป็นอาหารแบบจีนโบราณ เป็นแกงกะหรี่แบบจีน ไม่เหม็นกลิ่นเครื่องแกงและเครื่องเทศมาก ขนมร้านอร่อยก็ต้องร้านนันทาขนมไทย
จากตลาดนางเลิ้งก็ต้องไปแถวเกาะรัตนโกสินทร์ แถว ๆ แพร่งภูธรจะมีร้านข้าวเหนียวมะม่วง ก.พานิช มีขนมเบื้องแม่ละเมียด มีเกาเหลาลูกชิ้น 5 หม้อ สมัยก่อนใส่มา 5 หม้อ ใส่เครื่องในหมูและสมองหมู เรียกเกาเหลาลูกชิ้นสมองหมู อร่อยขึ้นชื่อมาก นอกจากแนะนำร้านอร่อยแล้ว บางครั้งก็จะบอกถึงรายละเอียดส่วนผสมและวิธีการทำด้วย อย่างไปกินไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม ร้านแม่มณฑาที่ตลาดอัมพวา เขาจะใช้มะพร้าวน้ำหอมจากแม่กลอง ที่สำคัญคือ กะทิที่ใส่จะใช้มะพร้าวก้ามปู ซึ่งเป็นมะพร้าวที่ออกจากต้นใหม่ ๆ เป็นมะพร้าวกะทิสีน้ำตาลแดง เหมือนก้ามปู
กินแล้วอร่อยมาก เป็นเหมือนหวานเย็น ชื่นใจ มีเนื้อมะพร้าวอ่อนด้วย คือพยายามจะลงลึกในรายละเอียดความอร่อยของอาหารหรือขนมแต่ละประเภทที่มีโอกาสได้ไปชิมหรือไปกินมา ว่ามีเคล็ดลับความอร่อยอย่างไร ถ้าบอกได้จะบอกละเอียดเลย
ส่วนแผนงานในอนาคตถ้ามีโอกาสอยากทำรายการทีวีเกี่ยวกับเรื่องอาหารของแต่ละภาค เพื่อให้คนได้รู้ว่าอาหารในแต่ละท้องถิ่นยังมีอะไรน่ากินอีกบ้าง โดยนำเสนอในแบบที่ไม่น่าเบื่อ มีการแข่งขันให้เกิดความสนุกสนาน อีกอย่างที่คิดไว้คือ อยากเปิดสำนักพิมพ์เล็ก ๆ ทำหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คไปเรื่อย ๆ ปีหนึ่งออก 6 เล่ม หรือ 10 เล่ม เป็นเรื่องกินเที่ยว
คิดไว้ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ที่มีการทำงานในลักษณะทุกอย่างเป็นการจ้างหมด จ้างตรวจบรู๊ฟ จ้างพิสูจน์อักษร จ้างนักเขียนนอก จ้างจัดจำหน่าย นั่นคือสิ่งที่ฝันไว้ว่าอยากจะทำ
หลักในการทำงาน
จะทำอะไรต้องใจรักก่อนเป็นอันดับแรก อย่างผมชอบเรื่องกิน อย่างวันนี้จะไปไหนก็ต้องทวิตบอกคนอ่าน เพราะเป็นเรื่องที่เราชอบ ที่สำคัญคือ ต้องรู้ก่อนว่าเราชอบอะไร อย่างผมกว่าจะรู้ตัวก็นานเหมือนกัน พอทำงานนั่งโต๊ะแล้วไม่ชอบ ชอบออกไปข้างนอกหาอะไรกินมากกว่า ไม่ชอบอยู่กับที่
ตอนนี้ถ้าพูดถึงงานเขียนหนังสือก็จะอยู่ในระดับพวกนักอ่าน พอทำรายการทีวีพาไปท่องเที่ยวคนดูจะเริ่มรู้แล้วว่าเราถนัดเรื่องนี้ เวลาเที่ยวจะเจาะลึก เวลากินก็เจาะลึก พอมารายการเจี๊ยบ-อ้อม ทำช้างชวนชิม หรือ Citibank Dining Guru ยิ่งเป็นที่รู้จักมาก แต่ถ้าถามว่าชอบงานไหนมากที่สุด คงเป็นงานเขียนหนังสือ เพราะเป็นตัวเราที่สุด สามารถถ่ายทอดข้อมูลได้มากที่สุด
ให้นิยามอาชีพตนเองว่าเป็น นักชิม
ทำงานด้านนี้มีปัญหาน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่า เช่น ร้านปิด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ผมเรียกอาชีพหรืองานที่ผมทำว่า อาชีพรับชิม เป็นอาชีพที่หลายคนอิจฉามาก เพราะทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไปเผชิญรถติด เวลาไปกินหรือชิมร้านต่าง ๆ จะเลือกไปตามเวลาที่ร้านนั้นเปิด ถ้าร้านเปิดหกโมงเช้าก็ออกแต่เช้า หรือถ้าร้านนี้ขายตี 3 ก็ออกไปตอนตี 3
สนใจอยากเป็นนักชิมต้องมีพรสวรรค์ด้านการกิน
ถ้าอยากจะเป็นนักชิม ต้องมีพรสวรรค์ด้านการกิน ต้องเป็นคนช่างกิน ๆ ได้หลากหลาย และมีลิ้นที่ดีในการกิน คือไม่ใช่อะไรก็อร่อยหมด ต้องรู้ว่าของดั้งเดิมเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างล้วนมาจากประสบการณ์อย่างเดียว ที่สำคัญต้องมีเงินทุน ซึ่งไม่ต้องเยอะมาก มีอุปกรณ์ เช่น กล้อง แฟลส เท่านี้ก็ออกเดินทางไปหาของอร่อย ๆ กินได้แล้ว ซึ่งมื้อหนึ่งก็ไม่เท่าไหร่ประมาณ 60-70 บาท ถ้าเริ่มอย่างนี้ได้ การเป็นนักชิมก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แนะคนรุ่นใหม่ทำงานต้องยึดถือสัจจะ 
ในโลกแห่งการทำงานข้อสำคัญของเด็กรุ่นใหม่คือ ต้องยึดถือสัจจะ เช่น สัจจะในการไปทำงานไม่สาย มีความผิดชอบต่องานที่ทำให้ดีที่สุด แล้วโอกาสการเติบโตในหน้าที่การทำงานจะมีสูง และอีกอย่างคือ ดูตัวเองด้วยว่าชอบอะไรกันแน่ แล้วพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ
รับรองว่าประสบความสำเร็จในการรทำงานแน่นอน

ผู้เขียน : ณัฐกานต์ 
ช่างภาพ : กันสกล


ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

;