แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Work แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Work แสดงบทความทั้งหมด

25 เคล็ดลับความสำเร็จของ Steve Jobs



"เขาว่ากันว่ามีแอ็ปเปิ้ลสามลูกที่เปลี่ยนโลกใบนี้ แอ็ปเปิ้ลลูกแรกคือ ลูกที่อดัมและอีฟกินเข้าไป แอ็ปเปิ้ลลูกที่สองคือ ลูกที่ตกใส่หัวของเซอร์ไอแซ็ค นิวทัน ทำให้เขาค้นพบแรงโน้มถ่วงของโลก และแอ็ปเปิ้ลลูกที่สาม คือ แอ็ปเปิ้ลของสตีฟ จ็อบส์"

สตีฟ จ็อบส์ อุทิศชีวิตให้กับการคิดนอกกรอบ เขาทำให้เส้นกั้นอันหนาเตอะระหว่างสุนทรีย์แห่งความงามและความกระด้างแห่งวิศวกรรมกลายเป็นเพียงเส้นใยอันบางเบา ผลลิตทางความคิดนี้ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมดนตรี และขับเคลื่อนพลโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เขาสมควรได้รับการยกย่องในฐานะนักประดิษฐ์แห่งสหัสวรรษที่สาม

ข้อคิดดีๆ ต่อไปนี้ คือผลพวงจากการตามติดชีวิตของเขา ทั้งในยามยากและยามรุ่งโรจน์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงาน ในชีวิตจริงเราคงอาจฝันถึงความเป็นสุดยอดเฉกเช่นเขา แต่จะเป็นจริงได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดการได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ก็น่าจะพอแล้ว มาปลุกวิญญาณความเป็น สตีฟ จ็อบส์ ในตัวเราด้วยกันเถอะ

1. Beginners don't have baggage - เริ่มอย่างไร้กังวล
เริ่มต้นเล็กแต่คิดใหญ่ ผู้ที่เพิ่งจะเริ่มต้นทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเริ่มจากศูนย์แล้วนับหนึ่ง จากเอแล้วไปบี มักเป็นคนที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ดีๆ "ผมไม่รู้คุณค่าของปรัชญานี้จนกระทั่งผมโดนเฉดหัวออกจากแอ็ปเปิ้ลครั้งแรก นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยทีเดียว ความกดดันในความสำเร็จถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกโปร่งโล่งสบายของการเป็นผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น ไม่ต้องกังวลกับสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียกระฉูดมากที่สุด"

2. Be bold - จงห้าวหาญ
สตีฟมักย้ำถึงการทำสิ่งที่ชัดเจนด้วยความกล้าและปราศจากความกลัว เขากล่าวว่า "ชีวิตคนสั้นนัก จะตายเมื่อไหร่ไม่รู้"

3. Be what's next - มองหาสิ่งใหม่ 
มีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่เสมอ จงเรียนรู้ อย่าฟูมฟายกับอดีตที่จบไปแล้ว อย่าคร่ำครวญกับสิ่งที่หายไป เราควรที่จะคิดถึงสิ่งใหม่ๆในชีวิตของเราที่ยังรอการค้นพบ บางครั้งก้าวแรกอาจจะแสนยาก แต่จงเริ่มต้นทำ และความกล้าหาญจะเกิดขึ้นตามมา "ถ้าผมได้บริหารแอ็ปเปิ้ล ผมคงจะมุ่งพัฒนาให้แม็คอินทอชเป็นผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าสุดๆ ด้วยการคิดค้นลูกเล่นใหม่ๆ สงครามพีซีมันจบนานแล้ว และไมโครซอฟท์คือผู้ชนะ"

4. Design by committee doesn't work. - อย่าให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสินชี้ชะตา
มันเป็นเรื่องยากที่จะออกแบบอะไรซักอย่างตามความต้องการของพวกคนที่มานั่งประชุมกัน คนเราส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไรจริงๆ จนกว่าจะได้เห็นสิ่งนั้น"

5. Design is more than veneer - การออกแบบไม่ใช่การสร้างเปลือกนอกเพื่อห่อหุ้ม แต่มันคือสิ่งที่มีมิติและมีองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น
"ในบริบทของใครหลายคน การออกแบบเป็นแค่การสร้างเปลือกนอก เป็นแค่การตกแต่งภายใน เปรียบเสมือนผ้าหุ้มโซฟา แต่สำหรับผมแล้ว การออกแบบคือจิตวิญญาณขั้นต้นของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ที่มีหัวใจของการออกแบบที่ดีแสดงออกถึงพิ้นผิวของมัน ซึ่งทับซ้อนกันอยู่หลายระดับ"

6. Don't live someone else's life - จงใช้ชีวิตในแบบของคุณ
"ช่วงเวลาชีวิตสั้นนัก อย่าปล่อยเวลาให้เสียเปล่าด้วยการทำตามผู้อื่น อย่ายึดติดกับกฎเกณฑ์ข้อบังคับ และอย่าปล่อยใจไปตามความคิดของคนอื่น เหนือกว่าสิ่งอื่นใด ทำตามที่หัวใจคุณเรียกร้องและสัญชาตญาณ"

7. Drive to do great things - ค้นหาความทะเยอทะยานและปรารถนาที่แท้จริงของคุณให้พบ 
"นึกถึงสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และทำมันให้แตกต่างจากคนอื่น หนทางเดียวที่จะสร้างผลงานยิ่งใหญ่ได้ก็คือรักในสิ่งที่คุณทำ จงสร้างความประทับใจให้ตัวเองมิใช่ผู้อื่น"

8. Excellence is a way of life - มองหาความเป็นเลิศ
สตีฟได้บรรลุแนวทางนี้ด้วยการนำศิลปะและวิศวกรรมมาเรียงร้อยด้วยกันอย่างลงตัว เขาได้ยกระดับของสุนทรีย์แห่งการออกแบบให้สูงขึ้น "คุณภาพและความงามคือเป้าหมายสูงสุด หลายคนมักไม่คุ้นเคยกับสภาวะการทำงานที่ต้องอาศัยความเป็นเลิศ เพราะไม่ต้องใช้มันบ่อยนัก ถึงกระนั้นความเป็นเลิศคือหัวใจสำคุญที่สุดของการทำงาน"

9. Get out of the way for the moving force - จงอย่าเป็นตัวถ่วง
สตีฟไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ เขาตระหนักดีว่าคนที่ทำงานคือพวกที่สร้างประโยชน์ "หน้าที่หลักของผมคือทำให้คนที่ทำงานจริงๆ นั้นอยู่ดีมีสุข และเก็บพวกคนที่ไม่ทำงานเอาไว้ให้ห่างจากคนที่มีประโยชน์เหล่านี้"

10. If they fall in love with the company, everything else takes care of itself - มองหาคนทำงานที่มีความรักทุ่มเทให้กับองค์กร
"จริงอยู่ที่สมรรถภาพคือตัวแปรแห่งความสำเร็จ แต่คนทำงานเหล่านั้นจะรักบริษัทหรือเปล่า ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเขารักแอ็ปเปิ้ล เขาจะนำพาแต่สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่แอ็ปเปิ้ล ไม่ใช่ทำเพื่อตัวผมหรือตัวเองหรือใครก็ตาม"

11. It better be worth it. - ไม่ลองไม่รู้ จงทำให้ดีที่สุด อย่ามัวแต่หยุดนิ่งอยู่กับที่
"เมื่อเราได้เลือกแล้วว่าจะทำอะไร ฉะนั้นจงเชื่อว่ามันจะออกมาดีคุ้มค่าเหนื่อย"

12. It's not the money. It's the impact.- เงินไม่ใช่คำตอบของชีวิต คุณค่าของเราอยู่ที่การได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่โลก
"ผมไม่แคร์หรอกว่าจะได้นอนกอดเงินเป็นล้านอยู่ในหลุมศพ สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการได้ระลึกถึงสิ่งดีงามที่เราได้ทำลงไปก่อนเข้านอน"

13. It's the crazy ones who change the world - จงคิดนอกกรอบ
กล้าทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น คนที่บ้าพอที่จะทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใครสามารถเปลี่นแปลงโลกได้ เพราะสิ่งนั้นคือผลพวงของอัจฉริยะ

14. Innovation distinguishes between a leader and a follower.- สร้างนวัตกรรมใหม่
นวัตกรรมจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครเป็นผู้นำ ใครเป็นผู้ตาม จ้างคนที่ต้องการทำสิ่งที่ดีที่สุดในโลกมาทำงาน ถึงแม้คุณจะมีคนทำงานเก่งกาจมากมาย คุณต้องเป็นผู้นำ ทำหน้าที่ชี้นำให้พวกเขาทำงานร่วมกันเป็นทีม "นวัตกรรมไม่ได้เกิดจากการหว่านเม็ดเงิน มันเกิดจากการใช้มันสมองของคนให้เต็มที่ด้วยการเป็นผู้นำที่ดี ตอนที่เราคิดค้นเครื่องแม็คขึ้นมา ไอบีเอ็มใช้เงินลงทุนมากกว่าเรา 100 เท่า มันอยู่ที่คนของคุณ อยู่ที่แนวทางของการนำพาคนเหล่านั้น"

15. Make people great. - เคี่ยวเข็ญคนของคุณให้เป็นคนเก่ง
"ผมจะไม่ทำตัวเหลาะแหละกับลูกน้อง หน้าที่ผมคือเขี่ยวเข็ญให้พวกเขาเก่งยิ่งขึ้นไปอีก"

16. Perseverance pays off.- ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น
สตีฟเชื่อว่า "ครึ่งหนึ่งขององค์ประกอบทั้งมวลแห่งความสำเร็จของพวกนักลงทุนทางการเงินคือความวิริยะอุตสาหะ"

17. Put your heart and soul into it - จงทำมันให้เต็มที่ เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชนและพิชิต
"กุญแจสำคัญคือความไม่กลัว ทำงานด้วยหัวใจและจิตวิญญาณแห่งการบรรลุเป้าหมาย"

18. Pick your priorities carefully - ลำดับความสำคัญอย่างระมัดระวัง
การมีไอเดียดีๆ ในหัวเป็นร้อยเรื่องคือสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่มันจะกลายเป็นเรื่องเยี่ยมที่สุด หากเราลำดับความสำคัญให้ดี "การเพ่งความสนใจให้กับทุกเรื่องในหัวเป็นสิ่งดี แต่นั่นไม่ใช่คำตอบแห่งความสำเร็จ ควรยึดมั่นในบางอย่างก็พอ แล้วปล่อยที่เหลือเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจ"

19. Simplicity wins - ความเรียบง่ายคืออาวุธลับและอำนาจที่จะทำให้พิชิตความสำเร็จ
"เราควรตรวจสอบขั้นตอนการทำงาน และขจัดความยุ่งยาก ด้วยการตั้งคำถามว่า เราจะทำให้มันเรียบง่ายมากขึ้นและแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นได้ในเวลาเดียวกันได้หรือไม่"

20. Talent is a huge multiplier.- พรสวรรค์ทำให้เกิดการแตกหน่อ คนเก่งมักดึงคนเก่งให้มาอยู่ด้วยกัน
"ประสบการณ์สอนผมว่า การที่เราได้คนเก่งมาร่วมงาน ทำให้องค์กรสามารถดึงคนเก่งจากที่อื่นมาร่วมงานได้มากขึ้น ทั้งนี้โดยธรรมชาติของคนพวกนี้ มักชอบทำงานกับคนเก่งด้วยกัน"

21. Take responsibility for the complete user experience.- ความคิดเห็นจากผู้ใช้และลูกค้าคือเสียงสำคัญ
"ดีเอ็นเอของเราคือบริษัทที่คำนึงถึงผู้บริโภค เสียงตอบรับไม่ว่าดีหรือร้าย บวกหรือลบ ล้วนแล้วแต่มีบทบาทเท่ากันในการปรับปรุงการให้บริการ หน้าที่ของเราคือการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ลูกค้าได้รับจากเรา"

22. What you don't do defines you as much as what you do - "ผมมีความภูมิใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ลงมือทำเท่ากับสิ่งที่ได้ทำไปแล้ว"

23. You have nothing to lose.- ไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว
ทำด้วยใจ สร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ด้วยความรัก "อีกไม่กี่วันพวกเราก็ตายแล้ว ฉะนั้นอย่าไปคิดว่าเราได้สูญโอกาสไปแล้วเท่าไหร่ การคิดแบบนี้เหมือนกับดักทางความคิด ให้คิดว่าเราได้เปลือยกายจนล่อนจ้อน จะมีเหลืออยู่ก็แต่ร่างกายและหัวใจ จงทำทุกอย่างให้เต็มที่"

24. You just might be right, even if nobody listens to you. -การที่ไม่มีใครฟังคุณ ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด
สทีฟเคยเจอกับตัวเอง เลยเล่าให้ฟังงว่า "คุณรู้มั้ย ผมเคยมีแผนการวิเศษที่จะช่วยกู้ชีพแอ็ปเปิ้ลได้ มันเป็นวิธีที่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่ผมไม่สามารถบอกใครได้ เพราะไม่มีใครยอมฟัง" อุทาหรณ์ของเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า การที่ไม่มีใครฟังคุณเลย ไม่ได้หมายความว่าคุณผิด

25. Your brand is your most valuable asset - จุดยืนของตัวเองคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด
นั่นคือคุณแตกต่างจากคนอื่น ทำให้คนอื่นทราบว่านี่แหละคือตัวคุณ นี่แหละคือออร่าของคุณ

"เมื่อพูดถึงแอ็ปเปิ้ล แบรนด์ของเราคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในสายตาผม"


ขอขอบคุณ Sanook
Read More >>
 

สุดยอด 10 ความคิด ให้รวยล้นฟ้า



ความคิดของเราถ้าเราคิดให้ถูก เราก็สามารถมีความสุขกับชีวิตได้ ในที่นี้คำว่าคนรวยไม่ได้หมายถึงมหาเศรษฐี แต่หมายถึงคนที่มีความสุขกับการทำงานและรักในงานที่ทำและมีความสุขในชีวิต

1. คนปกติคิดว่าเงินตราคือความชั่วร้าย แต่ คนรวยมองความยากจนเป็นสิ่งชั่วร้าย
เหมือนผู้คนที่มีฐานะปานกลางจะถูกปลูกฝังว่าคนที่เกิดมารวยนั้นโชคดี หรือไม่ก็ฉ้อโกงมา
ส่วนเหล่าคนรวยนั้นรู้ว่าเงินไม่อาจซื้อความสุขได้แต่มันทำให้ชีวิตดำเนินไปอย่างง่ายดายมากกว่าจึงปฏิเสธความจนโดยการเลือกที่จะทำงานหนัก

2. คนปกติมักคิดถึงเรื่องอดีตที่ผ่านมา แต่คนรวยมักคิดถึงเรื่องในอนาคต
คนรวยมักที่จะคิดถึงอนาคตที่รออยู่เผื่อการตัดสินใจต่างๆ จะได้ง่ายขึ้นเพื่อที่จะได้ไปถึงวันที่ดีกว่า
ส่วนคนปกติ มักจะคิดว่าวันที่ดีของเขาคืออดีต ซึ่งทำให้จมอยู่กับอดีตแล้วไม่ได้คิดถึงการวางแผนในอนาคต

3. คนปกติมองเงินผ่านอารมณ์ แต่ คนรวยมักมองเงินตราผ่านหลักการความเป็นไปได้
คนรวยมักที่จะมีหลักการต่างๆที่จะวางแผนที่จะหาเงินจากโอกาส ที่อยู่ในอาชีพของตน
ส่วนคนปกติมักจะคาดฝันเงินที่จะทำได้จากการทำงาน โดยไม่มองหาโอกาสที่จะทำเงินเพิ่มได้

4. คนปกติได้รับเงินจากการทำงานที่ตัวเองไม่ชอบ แต่ คนรวยมักทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้เงิน
คนปกตินั้นดูเหมือนจะทำงานอยู่ตลอดเวลาแต่หลักการที่ฉลาดนั้นคือค้นหาสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ และประยุกต์มันให้สามารถทำเงินได้ต่างหาก

5. คนธรรมดามักจะตั้งเป้าหมายเอาไว้ต่ำเพื่อที่จะไม่เจ็บตัว แต่คนรวยนั้นมักพร้อมสำหรับการท้าทายใหม่ๆเสมอ
อย่างที่เล่าไปคนธรรมดามักจะตั้งเป้าหมายเอาไว้ต่ำเพื่อที่จะไม่เจ็บตัวซึ่งต่างกับคนรวยที่มักที่จะกล้าเสี่ยงกับอะไรใหม่ๆ ซี่งทำให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ที่ดีกว่า

6. คนธรรมดามักคิดว่าอยากรวย แต่ คนรวยมักคิดว่าต้องเป็นอะไรซักอย่างถึงทำให้ตัวเองรวย
คนที่รวยมักจะนำสิ่งที่ตัวเองเป็นมาเป็นจุดขายให้กับตัวเองในการทำงานหรือธุรกิจต่างๆ
แต่คนปกติมักจะคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรซักอย่าง โดยไม่สนว่าต้องทำอะไรซึ่งบางที่อาจจะทำให้ตัวเองไม่มีความสุขกับสิ่งที่ทำ

7. คนธรรมดามักมุ่งไปที่การเก็บเงินอย่างเดียว แต่ คนรวยมักมุ่งไปที่การได้รับเงินด้วย
การที่ได้รับเงินนั้นเป็นวิธีที่ทำให้เราได้หลักทรัพย์มากขึ้นคนรวยมักจะหาวิธีที่ทำให้ตัวเองได้สิ่งนี้มาเพิ่ม โดยนำสิ่งที่ตัวเองสนใจ มาสร้างโอกาสในขณะที่เก็บเงินอยู่ด้วย

8. คนธรรมดามักกดดันกับเงินตรา แต่ คนรวยมักเข้าใจในการหมุนเวียนของเงิน
คนรวยมักจะเข้าใจการหมุนเวียนของเงินอยู่แล้วจึงไม่มีความกดดันกับเงินค่าต่างๆที่ต้องเสียไป แต่คนธรรมดามักจะให้อำนาจเงินตรา อยู่เหนือตนเองและเป็นสิ่งที่ครอบครองความคิด

9. คนธรรมดามักโตมากับการเอาตัวรอด แต่ คนรวยมักโตมากับความคิดที่ว่าฉันจะต้องประสบความสำเร็จ
คนธรรมดามักที่จะคิดว่าการที่จะเอาตัวรอดไปวันๆก็เป็นเรื่องที่เพียงพอแล้ว แต่คนรวยมักจะคิดและวางแผนให้กับชีวิตตัวเองเพื่อ ให้ตนเองประสบความสำเร็จในอาชีพและชีวิตในอนาคต

10.คนปกติคิดว่าการใช้เงินฟุ่มเฟือยเป็นเรื่องไม่ดี แต่คนรวยมองว่า เงินช่วยให้มีความสุขขึ้นได้
เหล่าเศรษฐีมักจะออกไปหาความสุขใส่ตัวให้เต็มที่และก็มีความสุขกับสิ่งที่ทำ
ส่วนคนทั่วไป อาจจะมองว่าเอาเงินไปทำอย่างอื่น ใช้เงินอยู่กินให้พ้นไปวันๆ ยังดีกว่า



ลองหันกลับมามองตัวคุณดูว่า 1 ใน 10 ข้อนี้ คุณคิดแบบไหนบ้าง ??
ลองเปลี่ยนมุมมองความคิด ให้ไปในทางบวก คิดให้มีความสุข และมันจะช่วยให้คุณเป็นเศรษฐีทั้งสุขและทรัพย์เลยนะ

ขอขอบคุณ Sanook
Read More >>
 

เกิดวันนี้ เหมาะกับงานแบบไหน ?



คุณเชื่อหรือไม่ ว่าวันเกิดจะส่งผลต่อการประกอบอาชีพ แต่มันก็ไม่เสมอไปนะ บางครั้งมันก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนด้วยเหมือนกัน

คนเกิดวันอาทิตย์ 
ธาตุไฟ ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะประกอบอาชีพเกี่ยวกับน้ำ แต่ถ้าเป็นน้ำมัน แอลกอฮอล์ก็ทำได้ ส่วนอาชีพที่เหมาะคือ นักธุรกิจ ข้าราชการ ร้านเบเกอรี่ ร้านขายอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ ร้านอาหาร งานศิลปะ ร้านถ่ายรูป ทัวร์ และไกด์

คนเกิดวันจันทร์ 
ธาตุดิน อาชีพที่เหมาะจะทำแล้วรวย ต้องเกี่ยวข้องกับน้ำ หรือสถานที่ใกล้น้ำ จะรุ่งเรืองมาก เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ธุรกิจเสริมสวย สปา นักแสดง นักออกแบบ ศิลปิน งานที่เกี่ยวกับศิลปะ ร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านขายอัญมณี

คนเกิดวันอังคาร 
ธาตุลม อาชีพที่ทำแล้วรวย คือ ทหาร ตำรวจ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้าง โรงงานทำเหล็ก โรงน้ำแข็ง ร้านเฟอร์นิเจอร์ ร้านอลูมิเนียม ร้านจำหน่ายรูปปั้น โรงงานหล่อรูปปั้น ร้านขายอาหารสัตว์

คนเกิดวันพุธ 
ธาตุน้ำ อาชีพที่สร้างฐานะและความร่ำรวย เหมาะค้าขายทุกชนิด เช่น ร้านขายข้าวสาร น้ำ ร้านอาหาร ร้านขายของชำ ขายเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับ ร้านเพชร ร้านทอง ร้านขายผลไม้และดอกไม้ และร้านจำหน่ายองค์เทพ

คนเกิดวันพุธกลางคืน 
ธาตุลม ตั้งแต่เวลา 18.00-06.00 น. นับว่าเกิดในวันราหู มีบุคลิกลักษณะเป็นคนคิดบวก ชอบความสนุกสนาน มนุษยสัมพันธ์ดี เหมาะกับการเปิดผับ เปิดบาร์ ขายล็อตเตอรี่ ร้านอาหาร จำหน่ายพันธุ์สัตว์ เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส ร้านขายแก๊ส

คนเกิดวันพฤหัสบดี 
ธาตุดิน ทำแล้วรุ่งเรือง ร่ำรวย เหมาะที่จะเป็นครู อาจารย์ เปิดร้านขายอุปกรณ์การศึกษา ร้านขายเสื้อผ้าเด็ก ร้านกาแฟ ร้านขนม ร้านอาหารเพื่่อสุขภาพ ร้านขายนมเด็ก โรงเรียนสอนดนตรี ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ร้านขายสังฆทานและพระพุทธรูป รวมไปถึงร้านขายดอกไม้

คนเกิดวันศุกร์ 
ธาตุน้ำ เป็นคนรักสวยรักงาม เหมาะมากกับธุรกิจความสวยความงาม ขายเครื่องสำอาง ร้านขายอุปกรณ์เสริมสวย ร้านสปา ร้านกิฟต์ช็อป ร้านอัญมณี ร้านขายดอกไม้สดและแห้ง ร้านขายเครื่องแก้ว

คนเกิดวันเสาร์ 
ธาตุไฟ อาชีพที่เหมาะ ทำแล้วรวย คือ เปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง รับเหมาก่อสร้าง ขายอุปกรณ์การเกษตร ร้านขายผลไม้ ขายข้าวสาร ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ช่างไฟฟ้า ร้านอลูมิเนียม ร้านถ่ายรูป เปิดอู่ซ่อมรถยนต์ เตนท์รถมือสอง และร้านขายโทรศัพท์

ขอบคุณ: sanook
Read More >>
 

ผู้ชายประสบความสำเร็จ ประกอบด้วยอะไรบ้าง?



ความสำเร็จ หมายถึง การทำได้เสร็จในสิ่งที่ต้องการหรือหวังไว้ ซึ่งการจะทำอะไรได้คงจะต้องมีองค์ประกอบบางประการที่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะทำว่ามีความยากมากหรือน้อย และอาจขึ้นกับสิ่งที่หวังไว้ด้วยว่ามีความเป็นไปได้มากหรือน้อย อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพและรู้จักตั้งระดับของความคาดหวังย่อมทำให้มีโอกาสที่ทำให้ตนเองมีความสมหวังกับสิ่งที่ทำได้ และข้อสำคัญคือถ้ารู้จักทำตนเองให้ทุกข์น้อยก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จที่มีความสุข ผู้เขียนขอแสดงข้อคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ที่อาจนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคตดังต่อไปนี้



1.การตั้งเป้าหมายหรือการตั้งความหวังถูกต้องหรือไม่

การดำรงชีวิตของแต่ละคนจะมีความหมายคงจะต้องมีความหวังในชีวิตควบคู่กันไปโดยทั่วไประดับความหวังในแต่ละวัยอาจแตกต่างกัน แต่อย่างน้อยที่สุดก็คงหวังให้มีอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้และมีความก้าวหน้า โดยมีฐานะระดับหนึ่งในสังคม

ดังนั้น การตั้งเป้าหมายหรือตั้งความหวังต้องไม่สูงเกินไปหรือยากเกินไปกว่าความสามารถของตนเองที่จะทำได้ และต้องสอดคล้องกับความเป็นไปได้ในช่วงเวลาที่ตั้งใจ

เช่น ถ้าตั้งใจจะมีอาชีพเป็นแพทย์หรือวิศวกรคงต้องทราบพื้นฐานของอาชีพนั้นๆ ว่าต้องมีทักษะอย่างไรโดยเฉพาะอาชีพข้างต้นคงจะต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่เป็นระบบและมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง ดังนั้น ถ้าขาดทักษะดังกล่าวก็อาจจะอยู่ในอาชีพนั้นอย่างมีความสุขได้ยาก ข้อสำคัญคือ ต้องรู้จักประเมินศักยภาพของตนเองว่ามีความสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการหรือไม่ กล่าวคือ ศักยภาพที่แท้จริงของตนเองมีมากหรือน้อยในด้านใดบ้าง


2.การมีกระบวนการที่ยืดหยุ่นเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย

การจะทำอะไรให้ได้เป้าหมายที่ต้องการคงต้องคำนึงถึงปัจจัยที่จะทำให้ได้เป้าหมายที่ตั้งไว้ ถ้าเป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นเป้าหมายที่สูงก็อาจต้องการระยะเวลาที่จะบรรลุถึงเป้าหมายตลอดจนปัจจัยหลายอย่างที่ต้องทำ

ดังนั้น การวางแผนที่ดีควรมีขั้นตอนที่ชัดเจนและควรกำหนดเวลาที่จะทำได้ในแต่ละขั้นตอน

เมื่อเริ่มดำเนินการบางขั้นตอนอาจมีอุปสรรคบางประการจึงควรมีการยืดหยุ่นในแง่ของกำหนดการตลอดจนผลลัพธ์ที่คาดหวัง ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการปรับแผนการดำเนินการเป็นระยะให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง


3.การพัฒนาศักยภาพภายในของตนเองอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งที่จำเป็นและขาดไม่ได้ในการดำเนินการเรื่องใหญ่คือ ปัญญา ซึ่งหมายถึง ความรอบรู้ ความรู้ทั่ว การจะเกิดปัญญาได้คงจะต้องมีสมาธิ ซึ่งหมายถึง ภาวะจิตมั่นคง จิตแน่วแน่ การฝึกสมาธิมีหลายรูปแบบซึ่งคงมีผลลัพธ์ที่จะทำให้ผู้ฝึกสมาธิมีความสงบในจิตใจเพื่อให้ใช้ภาวะที่เกิดศักยภาพสูงในความคิดสร้างสรรค์ทางด้านต่างๆ ที่ต้องการ

การฝึกสมาธิที่ง่ายที่สุดคือ การสวดมนต์โดยเฉพาะบทสวดมนต์ที่ซึ่งมีคำสวดที่มีความมุ่งหมายดี

เช่น บทเมตตาพรหมะวิหาระภาวนา (มหาเมตตาใหญ่) ซึ่งเป็น ?บทบันทึกเรื่องราวและบทพระธรรมเทศนาที่สำคัญตอนหนึ่งของพระพุทธเจ้า ซึ่งถูกจารึกไว้ในพระไตรปิฎกเล่มที่ 31 หน้าที่ 34 ชื่อ ?เมตตากถา?? บทยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก และบทพระคาถาชินบัญชร เป็นต้น การที่จะมีสมาธิได้คงจะต้องมีศีลซึ่งโดยทั่วไปก็ควรถือศีล 5 ให้ได้ เพื่อให้เป็นคนที่มีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิต มีจริยธรรมที่ดีงามและไม่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดีงามของสังคม


4.การหาตัวแบบที่ตนเองชื่นชม

การมีตัวแบบที่ดีทำให้การดำเนินการต่างๆ มีแนวปฏิบัติที่ดีและมีโอกาสพลาดน้อยลงเพราะแนวปฏิบัติที่ดีได้ผ่านการดำเนินการที่เหมาะสมมาแล้ว ผู้เขียนก็มีตัวแบบของบุคคลที่ควรเคารพนับถือและยึดเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตตลอดจนวิธีการทำงานซึ่งคงขออนุญาตเอ่ยนามท่านในที่นี้ คือ ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์เป็นบุคคลที่มีจิตใจเมตตากรุณาและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่โดยเฉพาะมีวิธีการทำงานที่โยงหลักการทางพระพุทธศาสนาจึงทำให้ผู้ร่วมงานเข้าใจงานต่างๆ อย่างแจ่มแจ้ง การตัดสินใจแก้ปัญหาก็ทำด้วยความสุขุมรอบคอบ และมองประเด็นต่างๆ ทุกแง่มุม จึงทำให้ผลการดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์อย่างแยบยล


5.การศึกษาธรรมะ

คนไทยเป็นคนโชคดีที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งความโชคดีจะให้ผลดีในการดำเนินชีวิตคงจะต้องเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับอริยสัจสี่ ซึ่งได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พุทธศาสนิกชนพึงเข้าใจว่าความทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา ชีวิตของเราจะมีความสุขตามอัตภาพถ้ารู้จักทำให้ทุกข์ลดลง กล่าวคือ ต้องมีความเข้าใจว่าความทุกข์เกิดจากการเกิด แก่ เจ็บ และตาย จึงต้องทำใจให้ตระหนักเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเป็นประจำว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ส่วนสมุทัย คือ เหตุของการเกิดทุกข์นั้นเกิดจากความโลภ ความโกรธ และความหลง ซึ่งในสังคมไทยที่มีปัญหามากก็เกิดจากการไม่รู้จักพอ ผู้รับผิดชอบจึงควรเน้นการปลูกฝังแนวความคิดที่ดีให้กับเยาวชน ไม่ใช่เน้นพิธีกรรมมากเกินไป การจะดับทุกข์ได้คงต้องยึดหลักของ นิโรธ ซึ่งได้แก่ การละความโลภ ความโกรธ และความหลง ซึ่งถ้าเป็นคนที่ฝึกฝนตนเองดีด้วยการฝึกสมาธิก็อาจควบคุมตนเองในเรื่องเหล่านี้ได้มากขึ้น ส่วนการปฏิบัติให้ถึงการดับทุกข์คงต้องเข้าใจและยึดหลักเรื่อง มรรคแปดในการดำรงชีวิต ผู้อ่านจะเห็นได้ว่าถ้ามีความเข้าใจในสาระที่สำคัญของอริยสัจสี่ก็จะมีสติคิดได้ว่า ชีวิตของคนทุกคนมีขึ้นมีลง ไม่มีอะไรที่แน่นอนจึงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น


6.การทำบุญสม่ำเสมอ

คนทุกคนมีกรรมเก่าในอดีต บางคนจะไม่ค่อยมีอุปสรรคในการดำรงชีวิตมากนัก เพราะคงทำกรรมดีในอดีตและไม่ทำสิ่งไม่ดีในปัจจุบัน แต่บางคนอาจมีอุปสรรค่อนข้างมากหรือมีฐานะไม่ดีนัก อาจเป็นเพราะผลกรรมในอดีต ผู้เขียนเข้าใจว่าไม่มีใครแน่ใจว่าทำอะไรมาแล้วบ้างในแต่ละชาติ ยกเว้นผู้ที่ระลึกชาติเดิมได้เท่านั้น สิ่งที่ควรทำในชาตินี้ก็คือ การทำแต่ความดีเท่าที่ควรจะทำได้ ทั้งตามที่มีหน้าที่รับผิดชอบหรือนอกเหนือจากความรับผิดชอบ การทำบุญคือการรู้จักให้ ซึ่งน่าจะหมายถึง การให้ด้วยความเต็มใจ จึงน่าจะเป็นผลดีต่อผู้ให้และผู้รับ การแผ่เมตตาด้วยการกรวดน้ำหรือการสวดมนต์ก็อาจทำให้จิตใจของผู้ทำละได้ซึ่งความโลภ ความโกรธ และความหลงชั่วขณะหนึ่ง ถ้าทำบ่อยๆ ก็ทำให้การควบคุมจิตใจไม่ให้เกี่ยวข้องกับความโลภ ความโกรธ และความหลงนั้นดีขึ้น ซึ่งบทสวดมนต์บทหนึ่งที่ให้อานิสงส์ 11 ประการแก่ผู้ปฏิบัติ คือบทเมตตาพรหมะวิหาระภาวนา (มหาเมตตาใหญ่)


สิ่งที่เยาวชนควรตระหนักให้มากคือ การทำดีให้ได้ผลดีมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ 1.ถูกดี ซึ่งหมายถึงถูกต้องตามระเบียบแบบแผนหรือขั้นตอน 2.ถึงดี ซึ่งหมายถึง การทำดีต้องมีมากพอหรือตรงจุดที่ต้องการ เช่น การขยันอ่านให้มากและลึกซึ้งในส่วนที่ต้องพิจารณาให้ลึกซึ้ง และ 3.พอดี

ซึ่งหมายถึงดี รู้จักจังหวะจะโคน รู้จักกาลเทศะ

ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงให้ข้อคิดบางประการต่อผู้อ่าน ซึ่งอาจยึดเป็นวิถีชีวิตที่ปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล



ผู้เขียนมีความเชื่อว่า บุคคลใดซึ่งมีความคิดที่จะพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอก็น่าจะมีชีวิตที่สดใสในอนาคต และผู้เขียนหวังว่าคนไทยคงจะช่วยกันจรรโลงศาสนาพุทธให้สมกับเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี

ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

ภูริ หิรัญพฤกษ์ ดารากับการบริหารรีสอร์ท



"ตอนนี้ผมขี่มอเตอร์ไซค์เป็นทริป ส่วนใหญ่จะไปช่วยทำบุญ เอาเงินบริจาคไปให้ผู้ด้อยโอกาส ตอนนี้เรารวมกลุ่มกันมากขึ้นและค่อนข้างแข็งแรง ส่วนการขี่มอเตอร์ไซค์ผมมองว่ามันมีอยู่ 3 อย่าง คือสภาพของรถว่าเรารู้จักดีแค่ไหน อย่างที่ 2 คือตัวเราเองว่าพร้อมแค่ไหน ต้องมีสติอยู่ตลอดเวลา อย่างสุดท้ายคือสภาพแวดล้อม ฉะนั้นเวลาที่เราขี่เราต้องมีสติ ไม่ประมาท รู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหน"


บทบาทของการเป็นนักแสดงของเขานั้นแทบไม่ต้องพูดถึง ผลงานหลายเรื่องชี้ให้เห็นว่าเขาคือคนมีฝีมือคนหนึ่ง แต่กับการทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ที่เขาจะมาเล่าให้เราฟังในวันนี้ เขายอมรับว่าตัวเองยังมือใหม่มากๆ แต่ก็ศึกษาข้อมูลทุกอย่างมาดีก่อนจะลงมือทำอย่างจริงจัง เขากำลังหมายถึงโครงการที่ตั้งอยู่ที่อำเภอปาย ที่ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจุดหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อว่า ภูริ ปายวิลล่า


"ในช่วงแรกผมคิดว่าจะซื้อที่ดินเพื่อทำรีสอร์ทเอง แต่คิดว่าน่าจะมีผู้ร่วมทุน ก็เลยก็ให้คนมาซื้อที่ดิน ซื้อบ้านไป แล้วก็เอาบ้านมารวมกันเป็นองค์กร ลักษณะเป็นรีสอร์ทร่วมกัน เราก็จะทำการตลาดให้ แล้วก็ได้ส่วนแบ่งกันไป"


โครงการดังกล่าวต่างจากการปลูกรีสอร์ทขายทัวร์นักท่องเที่ยวแบบที่เราเห็นตามปกติ ภูริเรียกธุรกิจแบบนี้ว่า Holiday Villa เป็นโครงการรวมเนื้อที่ในส่วนแรก 7 ไร่ และยังแบ่งขายที่ดินอีก 25 ไร่ด้วย โครงการนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากมีบ้านที่ปายเพื่อเอาไว้พักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว แต่ไม่อยากให้บ้านรกร้างเวลาไม่มีคนอยู่ เพราะภูริจะอาสาดูแลบ้าน หาคนมาพักให้ ซึ่งผู้ซื้อบ้านก็จะมีรายได้ตรงส่วนนี้ไปโดยปริยาย


"การทำธุรกิจลักษณะนี้สำหรับภาคใต้มันไม่ใหม่หรอก แต่ภาคเหนือยังใหม่อยู่ ถ้าที่ภูเก็ตหรือสมุย โครงการพวกนี้จะมีอยู่แล้ว ซึ่งคนที่มาซื้อบ้านและที่ดิน รวมถึงโฉนดจะเป็นชื่อของผู้ที่มาซื้อ สามารถผ่อนกับธนาคารได้ แทนที่เขาจะต้องวุ่นวายกับการปลูกบ้าน ซื้อที่ดิน หรือก่อสร้างเอง แต่เราจะบริหารจัดการให้ โดยโครงการของผมมีการสร้างขึ้นมาก่อนแล้ว คนที่ซื้อก็จะมั่นใจได้เลยว่าบ้านที่ซื้อจะได้รับการดูแลอย่างดี ไม่ถูกทิ้งขว้าง"


"เราให้ความเชื่อมั่นว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นมาในกระดาษ มันเป็นสิ่งที่เราทำให้มันเกิดขึ้นมาจริงๆ แล้วมันก็จะเกิดขึ้นอีกถ้าคุณเชื่อมั่นเรา ผมว่าถ้าในเรื่องของการขาย ผู้ที่เข้ามาซื้อ จะซื้อได้ในราคาที่ไม่แพงเมื่อเทียบกับภาคใต้ สมมติว่าเนื้อที่ต่อตารางเมตรผมว่าคุ้มค่า เพราะได้วิวที่สวย ผมกล้ารับประกันว่าตอนนี้บ้านผมสวยที่สุดในป่า (หัวเราะ)
อย่างที่รู้กันดีว่าเขาเป็นนักแสดงซึ่งก็จำเป็นที่จะต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯ บางคนจึงอาจกังวลว่าเมื่อเปิดโครงการที่ปาย แล้วอาจมีเวลาดูแลได้ไม่เต็มที่ ตรงส่วนนี้ภูริเผยว่าไม่ต้องกังวล เพราะมีจัดเวลาสำหรับการทำงานในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"


"ผมอาจจะใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ อาจไม่มีใครเชื่อผมอยู่แล้วว่าผมสร้างบ้านขาย ผมเลยบอกไปว่าพี่ไม่ต้องซื้อตอนนี้หรอก เดี๋ยวรอบ้านเสร็จแล้วไปดูด้วยกัน ถ้าอยากได้แบบนี้ ผมทำให้ได้ แล้วค่อยซื้อเถอะ เราจึงต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าสินค้าเราดี เราทำได้ ถ้าผมยังทำไม่เสร็จ ผมก็ไม่อยากให้ใครซื้อหรอก ผมคิดว่าให้คนมั่นใจในตัวเราดีกว่า"
เขายังบอกต่ออีกว่าสำหรับเขาเรื่องการทำงานคือความสุขที่บังเอิญมากับความชอบพักผ่อน ก็เลยทำให้เกิดความรู้สึกดีกับการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานในวงการบันเทิงหรือเรื่องของโครงการที่เขาทำขึ้นในครั้งนี้"


"ถ้าให้ผมไปนั่งออฟฟิศนั่งบริหารงานตรวจบัญชีทุกวันก็คงไม่ไหว แต่ถ้าสลับมาเล่นละครได้เจอเพื่อนบ้าง อันนี้ผมก็มีความสุข อย่างมีละครเรื่องหนึ่งผมไปถ่ายที่เกาะช้างอยู่ 7 วัน มันต้องพักผ่อนไปด้วย หรือผมเดินทางไปตรวจงานปายระหว่างทางผมก็แวะเที่ยวไปเรื่อยๆ คือใช้ชีวิตให้ไม่ทุกข์ดีกว่า อะไรที่มันหนักเกินไป เราก็จะตัดมันออก"


"ความจริงผมชอบปายมากนะ มันเป็นเมืองประหลาดดี เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่กลางหุบเขา อากาศก็เย็นกว่าที่อื่นตลอดทั้งปี หน้าหนาวไม่ต้องพูดถึง เพราะมันหนาวมาก และอากาศใกล้เคียงกับต่างประเทศมากที่สุด เพราะมันเป็นธรรมชาติมาก มันทำให้เราใกล้ชิดกับความเรียบง่าย คือการให้ชีวิตในภาคเหนือมันเป็นการใช้ชีวิตแบบ Slow life ไม่ต้องซีเรียส มองดูคนทำนา ดูนก ถ้าเป็นคนเมืองจัดๆ ผมว่าอยู่ไม่ได้ แต่ถ้าชอบอ่านหนังสือฟังเพลง ชอบขี่มอเตอร์ไซค์ เที่ยวป่า มันก็เป็นอีกชีวิตหนึ่งที่หากใครไปอยู่แล้วมันจะเป็นการชาร์จแบตให้กับชีวิตก็ได้"



Know Him!


• เขาศึกษาจบระดับปริญญาตรีที่ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโทที่ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
• เขาเคยได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดหนุ่มโสดในฝันโดยการจัดอันดับของนิตยสาร CLEO เมื่อปี 2001
• ผลงานละครเขาแสดงมาแล้วมากมาย แต่ในเรื่องของผลงานภาพยนตร์ เขาเพิ่ง จะแสดงเพียง 2 เรื่องเท่านั้นคือ คนหิ้วหัว กับ บางระจัน 2













ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

ป๋อ ณัฐวุฒิ กับชีวิตในวงการบันเทิง



ใครๆ เคยเห็น ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ โลดแล่นอยู่บนจอแก้วมานานถึง 11 ปีเต็ม เมื่อไม่นานมานี้บทบาทของป๋อก็เปลี่ยนไป มาโลดแล่นอยู่บนจอเงินเป็นครั้งแรกอย่างสวยงามกับบท ธีรพล แสนสุข แซกโซโฟนหนุ่มรูปหล่อเจ้าเสน่ห์ประจำวงไวพจน์ เพชรสุพรรณ วัย 30 ปี คนรักของราชินีเพลงลูกทุ่ง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์' ในภาพยนตร์เรื่อง ‘พุ่มพวง ดวงจันทร์' ซึ่งมี เปาวลี พรพิมล นักร้องน้องใหม่ มารับบทพุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่สหมงคลฟิล์มภูมิใจนำเสนอ

ก่อนจะมาเป็นป๋อ ณัฐวุฒิ ณ วันนี้ " ผมเป็นคนเพชรบุรีธรรมดาคนหนึ่ง จบวิศวะจาก ม.รังสิต แล้วไปต่อปริญญาโท การบริหารทั่วไป มินิเอ็มบีเอ ที่ประเทศอังกฤษ พอจบกลับมาเมืองไทย ชีวิตก็หักเห จากตอนแรกที่ต้องการทำงานอย่างน้อยคงเริ่มจาก Asst. Manager เราตั้งต้นจากเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ตามโรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นไลน์ผลิตวิศวะในส่วนของงานบริหาร มันน่าจะตรงที่สุดกับสิ่งที่เราเรียนมา

ในช่วงปี 2543 นั้น เป็นช่วงฟองสบู่แตก ผมหางานอยู่ 8 เดือน รู้สึกเริ่มท้อเหมือนกัน พอดีพี่เอ (ศุภชัย) เป็นรุ่นพี่วิศวะที่ ม.รังสิตก็ชักชวนผมไป แต่ผมบอกผมไม่ไปหรอก เพราะลงทุนกับการเรียนไป 8 ปีเต็มแล้ว (เรียนวิศวกรรมศาสตร์ 5 ปี ไปต่อเมืองนอกอีก 3 ปีเต็ม) แล้วผมจะมาตั้งต้นใหม่กับการเป็นนักแสดงนี่มันไร้สาระ แต่สุดท้ายชีวิตมันก็หักเหคือไม่มีใครรับทำงาน ผมก็เลยได้มาคุยกับทางช่อง 7 แล้วเริ่มมาเป็นนักแสดงกับทางช่อง 7 มาเริ่มกับเรื่อง ‘เก็บแผ่นดิน' ของอาตู่ นพพล ซึ่งฟีดแบ็กดีมาก เพราะผมได้เริ่มต้นจากครูที่ดีเรียนกับครูเล็กภัทราวดีมา แล้วได้มาเรียนกับอาตู่ในเรื่องการทำงานละคร แล้วหลังจากนั้นก็มาเล่น ‘ดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน' เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้คนทั่วประเทศรู้จักผมว่าผมคือใคร


งานแสดงแรกๆ ผมเริ่มจากไม่ชอบเลย ไม่อยากไปกองถ่าย จนเริ่มรู้สึกดี รู้สึกชอบ ผมใช้เวลา 5 ปีเริ่มเปลี่ยนความคิด มันเลยกลายเป็นความรักในงานแสดง ส่วนใหญ่มันก็เป็นงานที่ผสมกันไป การเป็นนักแสดง เป็นนักร้อง มีโอกาสได้ทำงานโฆษณา ซึ่งมันเป็นสาขาที่แตกต่างกันหมดเลย จุดเปลี่ยนสำคัญคืองานพิธีกรซึ่งก็ถือว่าสนุกดี ผมถือว่าผมมีโอกาสได้ทำงานหลากหลาย เริ่มสนุกและรักการที่ได้อยู่ในวงการนี้


จนมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งกับการได้มาเล่นภาพยนตร์ ได้รับการทาบทามจากพี่คนหนึ่งซึ่งน่ารักมาก เขาบอกว่ามีหนังของพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว เรื่องหนึ่งซึ่งเป็นบทภาพยนตร์ที่ดีมาก อยากให้ลองอ่านดู ซึ่งเราตั้งเป้าไว้ว่าเราจะไม่เล่น เพราะคิดว่าเราไม่น่าจะเหมาะกับภาพยนตร์ แต่พอเขาบอกว่าไม่เป็นไรลองอ่านก่อน แล้วมันเหมือนต่างคนต่างเลือกกัน อ่านแล้วผมก็วางไม่ลงเลย ผมก็เลยนัดคุยกับพี่เขา พี่คนนี้เขาบอกว่าบทคุณธีรพลนี่เขามองหาคนที่ใช่เลยมานานมากหลายปี เรื่องแปลกคือครั้งสุดท้ายแล้วเขาถามว่าจะให้ใครเล่นบทธีรพลดี เขาก็ตอบตรงกันว่า ป๋อ ณัฐวุฒิ ผมก็เลยบอกว่าถ้าคิดตรงกันเลยก็จบ ผมรับเล่นครับ ผมก็ชอบนะครับภาพยนตร์ เพราะส่วนตัวผมเหมือนเป็นการแสดงอีกสาขาหนึ่งเลย คือภาพ-ยนตร์มันเป็นจอใหญ่ มันคืออีกหนึ่งฉากละครโทรทัศน์หรือละครเวทีมันก็คืออีกหนึ่งฉาก แต่เพราะมันจอใหญ่คนดูจะนั่งจ้องจออยู่มันก็เลยกลายเป็นว่ามันจะเป็นบวกความรู้สึกลงไปอีก แล้วต้องกดอารมณ์ลงมาอีก ค่อยๆ เล่น ค่อยๆ ดูกันไป คราวนี้มันอยู่ที่การทำงานแล้ว เราเล่นเริ่มสนุกแล้ว แค่มองกันนิดเดียวรักกันแล้วนะ น้อยกว่าละครมาก ถ้าละครจะต้องมองกันให้เคลิ้มเลย แต่ภาพยนตร์มองกันนิดเดียวมันก็จะบอกความรู้สึกได้แล้ว ซึ่งละครไม่สามารถจะมาเล่นนิดเดียวได้ เพราะคนกำลังรีดผ้าไปดูไป คนกำลังผัดข้าวไป ดูไป มันต้องเล่นให้นานให้ชัด ไม่ธรรมดา ผมอาจจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งมันไม่ได้อิ่มใจจากตัวเงินที่เข้ามา หรือถ้วยรางวัลที่ได้ แต่อิ่มใจกับการทำงานที่เรารัก

เราเชื่อว่าคนที่ได้ดูฉากนี้เขาจะรู้สึกว่าผมมาไกลที่ระดับหนึ่งว่า ชีวิตจะสำเร็จหรือไม่ แต่มันต้องเดินไปแต่ละก้าว มันก็มาได้ไกล แต่สิ่งที่ผมคงบอกไม่ได้ตั้งแต่ต้นว่า ผมเป็นแค่เด็กเพชรบุรีธรรมดาคนหนึ่ง ได้มาไกลขนาดนี้ ได้ร่วมงานกับคนดีๆ ในวงการบันเทิง ผมคิดว่าผลสำเร็จคือการได้เดินเข้ามาอยู่ในวงการนี้อย่างสง่าผ่าเผย แล้วก็มีคุณธรรม ผมรู้สึกภูมิใจมากกว่า แล้วผมมองว่าผมสำเร็จกับเรื่องนั้นมากกว่า การวางตัวในวงการและเป็นแบบอย่างที่ดีในวงการบันเทิง "

ถึงบทบาทจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่การปฏิบัติตัวดี และเป็นแบบอย่างที่ดีในวงการบันเทิงของ ‘ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ' ก็ไม่เคยเปลี่ยน ดิฉันคอนเฟิร์ม แล้วคุณล่ะเห็นด้วยไหม ?
















ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

วิธีดูดีแบบ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล



เหมือนจะทำให้หลายๆคนคงแปลกใจว่าทำไมปีเตอร์ หน้าตาไม่เปลี่ยนไปเลย
ดูเด็กละดูดีมากกับบทบาทที่แสดงในละคร มาลองหาคำตอบการดูแลตัวเองของเค้ากันครับ
การดูแลสุขภาพจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรมากนะครับ 3 อย่างที่สำคัญมากที่สุดคือ

1.ต้องนอนให้เพียงพอ

2.ทานอาหารให้มันถูกต้อง กินให้ครบทุกอย่าง แล้วก็

3.การฟิตเนสหรือการออกกำลังกายนั่นเอง

ถ้าครบ 3 อย่างแต่ละอย่างไม่ต้องเข้มงวดอะไรมาก ให้มันมีส่วนผสมของทั้ง 3 อย่าง ก็จะเป็นการดูแลตัวเองที่ดีมาก

หนุ่มหลายคนเห็นปีเตอร์แล้ว คงนึกอิจฉา ทำไมถึงมีหุ่นเฟิร์ม กล้ามเป็นกล้ามแบบนี้ ปีเตอร์บอกกับเราว่า ปกติไม่ค่อยได้เล่นกีฬา คือถ้าในการออกกำลังกายสำหรับผมคือการเข้า ฟิตเนส ซึ่งก็ซับซ้อนเหมือนกัน มันจะมีวิธีการเล่นหลายแบบ มีการสร้างกล้ามเนื้อ มีการสร้างความอดทนจะมีการเผาพลังงาน อย่างไขมัน มันค่อนข้างซับซ้อน มันขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคน แต่ละช่วงต้องการออกกำลังกายแบบไหน
ไม่ใช่แค่การออกกำลังกายอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปีเตอร์ก็ให้ความสำคัญกับอาหารเสริมบ้างเหมือนกัน ช่วงที่พักผ่อนไม่พอก็ต้องมีบ้าง จะเป็นวิตามินซี กันไม่สบาย กินวิตามินบี ให้มันสดชื่น กินวิตามินให้มันครบจะเป็นสิ่งที่ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มันเหนื่อยล้าจริง ๆ หรือช่วงที่อดอาหาร อาหารเสริมจะเป็นสิ่งที่ดีมาก

หนุ่มคนไหนอยากดูดีหมือนปีเตอร์ ลองเคล็ดลับไปทำตามได้นะครับ













ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ กูรูเรื่องความอร่อย...ฉายา ปิ่นโตเถาเล็ก



หยิบจับงานมาหลากหลายรูปแบบ สำหรับ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ กว่าจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงในฐานะนักชิมระดับขั้นเทพ ทายาทคนเล็กของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เจ้าของโลโก้ "เชลล์ชวนชิม" ที่กำลังเดินตามรอยพ่อในฐานะ นักชิมรุ่นใหม่
รู้จัก ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์
ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิ์วัตน์ หรือ อิ๊งค์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะอุตสาหกรรมอาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นมีโอกาสได้เข้าไปช่วยงานคุณชายถนัดศรีผู้เป็นบิดา ที่ศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการรวบรวมร้านอร่อยเชลล์ชวนชิมมาไว้ในศูนย์การค้าใจกลางกรุงจนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
หลังจากนั้นคุณอิ๊งค์ได้บินไปศึกษาต่อด้าน MBA ที่ George Washington University ก่อนจะกลับมาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท ประกิต โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาที่โด่งดังมากในสมัยนั้น ในเวลาต่อมาคุณอิ๊งค์มีโอกาสเข้าไปร่วมงานกับ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์แกมเบิล ประเทศไทย จำกัด (พีแอนด์จี) ดูแลงานด้านการวิจัยและวิเคราะห์ตลาด ให้กับสินค้าแบรนด์วิสเปอร์และผ้าอ้อมแพมเพอร์ส ก่อนจะมาทำงานที่บริษัท คลอสเตอร์เบียร์อยู่ระยะหนึ่ง แล้วออกไปเป็นผู้จัดการทั่วไป บริษัท ธรณีพิพัฒน์ จำกัด ผู้ผลิตน้ำแร่ ออรา
จากวันวานถึงการทำงานในวันนี้
จริง ๆ ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะทำงานตรงนี้ คือพ่ออยากให้เป็นหมอ แต่ผมชอบค้าขาย เลยบอกเอาตรงกลางแล้วกัน เลยเลือกเรียน Food Science เกี่ยวกับเรื่องการถนอมอาหาร การแปรรูป การควบคุมคุณภาพอาหาร เรียกว่าได้ค้าขายด้วย ได้ทำอาชีพที่ตัวเองชอบด้วย เพราะตัวเองชอบกิน
เนื่องจากสมัยก่อนตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก คุณพ่อจะพาไปกินตลอด ทั้งเมืองไทยและเมืองนอก แล้วเราก็ได้ศึกษาเพิ่มเติมเยอะมาก จากนั้นก็เริ่มลงลึก เริ่มซึมซับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
ตอนทำงานอยู่น้ำแร่ออราผมมีโอกาสได้ออกตรวจตลาดอยู่เป็นประจำ ก็จะชอบหาร้านอร่อย ๆ กิน ได้เจอร้านเก่า ๆ ที่พ่อเคยไปชิมมาเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วเยอะแยะมาก ก็เลยเกิดความคิดที่จะเขียนหนังสือขึ้นมาใช้ชื่อว่า กินอร่อยตามรอยถนัดศรี โดยนำข้อมูลของพ่อมาอัพเดทเพิ่มเติม พอทำออกมาขายปรากฏว่าขายดีมาก ทางอาช้าง (ขรรค์ชัย บุญปาน) เลยชวนไปเขียนคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์มติชน ตามรอยพ่อไปชิม...โดยปิ่นโตเถาเล็ก
ปัจจุบันงานที่ผมทำส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินทั้งหมด อาทิ รายการทีวีก็มีเป็นพรีเซนเตอร์ทำสกู๊ปให้กับช้างชวนชิม ในรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ทุกวันอาทิตย์ ทางช่อง 9 ประมาณ 11 โมงนิด ๆ เป็นการแนะนำร้านอาหาร โดยมีสัญญาลักษณ์ช้างชวนชิม แล้วก็มี Citibank Dining Guru เป็นกูรูทางด้านอาหารของ Citibank ซึ่งปีนี้ทำมาเป็นปีที่ 3 แล้ว
นอกจากนี้ Citibank ยังเป็น Sponsor ในรายการเจี๊ยบ-อ้อมที่ผมทำอยู่ด้วย ออกอากาศทุกวันจันทร์ เวลา 9.00 น. ในช่วง Happening พาไปกินร้านต่าง ๆ พร้อมมีส่วนลด แล้วก็มี สุดยอดร้านกาแฟคาเนชั่น ในรายการ ตลาดสดสนามเป้า
รวมถึงเป็น City Dining Guru ให้กับคลื่น COOL93 FM โดยพาไปชิมร้านอร่อยเดือนละ 20 เจ้าทุกเดือน อย่างเดือนนี้พาไปที่ตลาดน้ำบางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนเดือนหน้าจะพาไปตลาดนางเลิ้ง มี facebook ด้วยคือ อิ๊งค์ Eat All Around 
งานอื่น ๆ ก็จะมีงานเขียนหนังสือ ซึ่งถือเป็นงานสำคัญที่สุด เพราะทำมานานกว่า 10 ปี เขียนในมติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ คอลัมน์ ตามรอยพ่อไปชิม โดยปิ่นโตเถาเล็ก เป็นนามปากกาที่พ่อตั้งให้ นอกนั้นยังมีงานเขียนพ็อกเก็ตบุ๊ค ซึ่งทำมาเรื่อย ๆ อย่างปีที่แล้วก็มีอร่อยริมทาง 83 เจ้าออกมา 1 เล่ม
จัดทริปพาเที่ยวพากินกับบริษัท ทัวร์ไรน์นิชแทรเวล พาไปกินและเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ล่าสุดประมาณเดือนตุลาคมนี้จะพาไปญี่ปุ่น ไปเกาะฮอกไกโด เป็นของ worldsurprise จัด หน้าที่ผมคือ คอยให้คำแนะนำในเรื่องต่าง ๆ พอถึงเวลากินก็จะบอกถึงที่มาของร้านนี้ เช่น เป็นร้านปูที่เปิดมา 50 ปี มีเมนูปูตั้งแต่ชาบูปู ก้ามปูย่าง ปลาดิบปู ชาชิมิปู เป็นต้น
เขียนหนังสือคืองานที่รัก...เลือกรับแต่งานที่ชอบและถนัด
สมัยก่อนเคยเขียนเล่น ๆ ให้พ่อดู พ่อบอกว่ามีแววด้านนี้ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันกับงานเขียน พอนึกจะทำก็ทำเลย เพราะผมเชื่อว่างานเขียนมันอยู่ที่ความรู้ลึก หมายถึง กินอะไรดี ไม่กินอะไรดี เมนูนี้ควรกินคู่กับอะไร อย่างไร เมนูนี้ไม่ควรใส่อะไร หรือควรใส่อะไร รู้ว่าแกงกะหรี่คืออะไร สตูคืออะไร ต้องอร่อยจริง แปลกจริง เจาะลึกจริง คนนึกไม่ถึงว่ามีร้านนี้แบบนี้ด้วยหรือ
จริง ๆ เป็นคนไม่ถนัดทำอาหาร แต่ชอบกิน เคยทำอาหารสมัยเรียนอยู่เมืองนอกแค่นั้นเอง เพราะต้องทำกินเอง แต่พอมาทำงานด้านนี้ตัวชี้วัดความอร่อยคือ ลิ้นของเราเอง เพราะพ่อเคยบอกว่าได้ลิ้นพ่อมา
เราจะรู้ว่าลิ้นเราชอบแบบไหน อย่างไร ถึงบอกว่าต้องเป็นสิ่งที่ตัวเองรักและถนัดจริง ๆ เวลาทำอะไรถึงจะประสบความสำเร็จ เวลารับงานผมจะทำในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัดก่อน อย่างแนะนำร้านอาหารอร่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร้านที่เราสะสมมาตั้งแต่เด็ก พ่อพาไปกินอาหารแถวตลาดนางเลิ้งตั้งแต่ผมยังนั่งห้อยขาไม่ถึงเลย ไม่ใช่เฉพาะที่ตลาดนางเลิ้งเท่านั้น ทุกเย็นวันศุกร์พ่อจะมารับที่โรงเรียนพาไปทำงานด้วย คือไปเที่ยวทุกจังหวัด เริ่มจากสัตหีบ ระยอง จันทบุรี บางพระ ปีนัง ไปมาเกือบทุกจังหวัด
แผนงานในอนาคตและผลงานล่าสุด
เร็ว ๆ นี้คงจะเป็นงานเขียนหนังสือ ซึ่งเลื่อนมาปีหนึ่งแล้ว ทำงานเขียนแล้วเหนื่อยต้องไปกินไปชิม 400 กว่าเจ้า แล้วรวบรวมร้านอร่อย ซึ่งต้องทำอีกประมาณ 50-60 เจ้า และอีกหน่อยผมจะทำหนังสือเป็นลักษณะสุดยอดอาหารแต่ละประเภท เช่น สุดยอดข้าวหมูแดงต้องทานที่ไหน
ถ้านึกถึงย่านก็ต้องตลาดนางเลิ้ง เพราะมีขนมและอาหารอร่อยเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดมานานหลายสิบปี อย่างร้านข้าวกะหรี่สตู จะเป็นอาหารแบบจีนโบราณ เป็นแกงกะหรี่แบบจีน ไม่เหม็นกลิ่นเครื่องแกงและเครื่องเทศมาก ขนมร้านอร่อยก็ต้องร้านนันทาขนมไทย
จากตลาดนางเลิ้งก็ต้องไปแถวเกาะรัตนโกสินทร์ แถว ๆ แพร่งภูธรจะมีร้านข้าวเหนียวมะม่วง ก.พานิช มีขนมเบื้องแม่ละเมียด มีเกาเหลาลูกชิ้น 5 หม้อ สมัยก่อนใส่มา 5 หม้อ ใส่เครื่องในหมูและสมองหมู เรียกเกาเหลาลูกชิ้นสมองหมู อร่อยขึ้นชื่อมาก นอกจากแนะนำร้านอร่อยแล้ว บางครั้งก็จะบอกถึงรายละเอียดส่วนผสมและวิธีการทำด้วย อย่างไปกินไอศกรีมมะพร้าวน้ำหอม ร้านแม่มณฑาที่ตลาดอัมพวา เขาจะใช้มะพร้าวน้ำหอมจากแม่กลอง ที่สำคัญคือ กะทิที่ใส่จะใช้มะพร้าวก้ามปู ซึ่งเป็นมะพร้าวที่ออกจากต้นใหม่ ๆ เป็นมะพร้าวกะทิสีน้ำตาลแดง เหมือนก้ามปู
กินแล้วอร่อยมาก เป็นเหมือนหวานเย็น ชื่นใจ มีเนื้อมะพร้าวอ่อนด้วย คือพยายามจะลงลึกในรายละเอียดความอร่อยของอาหารหรือขนมแต่ละประเภทที่มีโอกาสได้ไปชิมหรือไปกินมา ว่ามีเคล็ดลับความอร่อยอย่างไร ถ้าบอกได้จะบอกละเอียดเลย
ส่วนแผนงานในอนาคตถ้ามีโอกาสอยากทำรายการทีวีเกี่ยวกับเรื่องอาหารของแต่ละภาค เพื่อให้คนได้รู้ว่าอาหารในแต่ละท้องถิ่นยังมีอะไรน่ากินอีกบ้าง โดยนำเสนอในแบบที่ไม่น่าเบื่อ มีการแข่งขันให้เกิดความสนุกสนาน อีกอย่างที่คิดไว้คือ อยากเปิดสำนักพิมพ์เล็ก ๆ ทำหนังสือพ็อกเก็ตบุ๊คไปเรื่อย ๆ ปีหนึ่งออก 6 เล่ม หรือ 10 เล่ม เป็นเรื่องกินเที่ยว
คิดไว้ว่าจะเป็นสำนักพิมพ์ที่มีการทำงานในลักษณะทุกอย่างเป็นการจ้างหมด จ้างตรวจบรู๊ฟ จ้างพิสูจน์อักษร จ้างนักเขียนนอก จ้างจัดจำหน่าย นั่นคือสิ่งที่ฝันไว้ว่าอยากจะทำ
หลักในการทำงาน
จะทำอะไรต้องใจรักก่อนเป็นอันดับแรก อย่างผมชอบเรื่องกิน อย่างวันนี้จะไปไหนก็ต้องทวิตบอกคนอ่าน เพราะเป็นเรื่องที่เราชอบ ที่สำคัญคือ ต้องรู้ก่อนว่าเราชอบอะไร อย่างผมกว่าจะรู้ตัวก็นานเหมือนกัน พอทำงานนั่งโต๊ะแล้วไม่ชอบ ชอบออกไปข้างนอกหาอะไรกินมากกว่า ไม่ชอบอยู่กับที่
ตอนนี้ถ้าพูดถึงงานเขียนหนังสือก็จะอยู่ในระดับพวกนักอ่าน พอทำรายการทีวีพาไปท่องเที่ยวคนดูจะเริ่มรู้แล้วว่าเราถนัดเรื่องนี้ เวลาเที่ยวจะเจาะลึก เวลากินก็เจาะลึก พอมารายการเจี๊ยบ-อ้อม ทำช้างชวนชิม หรือ Citibank Dining Guru ยิ่งเป็นที่รู้จักมาก แต่ถ้าถามว่าชอบงานไหนมากที่สุด คงเป็นงานเขียนหนังสือ เพราะเป็นตัวเราที่สุด สามารถถ่ายทอดข้อมูลได้มากที่สุด
ให้นิยามอาชีพตนเองว่าเป็น นักชิม
ทำงานด้านนี้มีปัญหาน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเฉพาะหน้ามากกว่า เช่น ร้านปิด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ผมเรียกอาชีพหรืองานที่ผมทำว่า อาชีพรับชิม เป็นอาชีพที่หลายคนอิจฉามาก เพราะทำงานที่บ้าน ไม่ต้องออกไปเผชิญรถติด เวลาไปกินหรือชิมร้านต่าง ๆ จะเลือกไปตามเวลาที่ร้านนั้นเปิด ถ้าร้านเปิดหกโมงเช้าก็ออกแต่เช้า หรือถ้าร้านนี้ขายตี 3 ก็ออกไปตอนตี 3
สนใจอยากเป็นนักชิมต้องมีพรสวรรค์ด้านการกิน
ถ้าอยากจะเป็นนักชิม ต้องมีพรสวรรค์ด้านการกิน ต้องเป็นคนช่างกิน ๆ ได้หลากหลาย และมีลิ้นที่ดีในการกิน คือไม่ใช่อะไรก็อร่อยหมด ต้องรู้ว่าของดั้งเดิมเป็นอย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างล้วนมาจากประสบการณ์อย่างเดียว ที่สำคัญต้องมีเงินทุน ซึ่งไม่ต้องเยอะมาก มีอุปกรณ์ เช่น กล้อง แฟลส เท่านี้ก็ออกเดินทางไปหาของอร่อย ๆ กินได้แล้ว ซึ่งมื้อหนึ่งก็ไม่เท่าไหร่ประมาณ 60-70 บาท ถ้าเริ่มอย่างนี้ได้ การเป็นนักชิมก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แนะคนรุ่นใหม่ทำงานต้องยึดถือสัจจะ 
ในโลกแห่งการทำงานข้อสำคัญของเด็กรุ่นใหม่คือ ต้องยึดถือสัจจะ เช่น สัจจะในการไปทำงานไม่สาย มีความผิดชอบต่องานที่ทำให้ดีที่สุด แล้วโอกาสการเติบโตในหน้าที่การทำงานจะมีสูง และอีกอย่างคือ ดูตัวเองด้วยว่าชอบอะไรกันแน่ แล้วพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ
รับรองว่าประสบความสำเร็จในการรทำงานแน่นอน

ผู้เขียน : ณัฐกานต์ 
ช่างภาพ : กันสกล


ขอบคุณ: www.sanook.com
Read More >>
 

;